บริหาร ‘Leverage เลเวอเรจ’ อย่างไร ให้ไปรุ่ง เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ต้องอ่าน

ก่อนเข้าเรื่องเลเวอเรจ (Leverage) เราแวะไปรู้จัก ‘มาร์จิ้น’ (Margin) กันก่อนนะครับ, มาร์จิ้น คือ เงินประกันไว้กับโบรกเกอร์ในตอนที่เปิดออเดอร์ เพื่อเป็นหลักประกันหรือเป็นการมัดจำ สำหรับใช้ในแต่ละครั้งของการส่งคำสั่งซื้อ/ขาย (หรือที่เรียกกันคุ้นปากว่า‘เปิดออเดอร์’) มาร์จิ้นจะกลับคืนเข้าบัญชีตามเดิมเมื่อ ‘ปิด’ ออเดอร์

บริหาร ‘Leverage เลเวอเรจ’ อย่างไร ให้ไปรุ่ง

เลเวอเรจ (Leverage) หมายถึง ตัวที่ทำให้มีอำนาจการซื้อมากยิ่งขึ้นแบบทวีคูณ ซึ่งเทรดเดอร์สามารถเลือกใช้ได้ตามที่โบรกเกอร์แต่ละรายเปิดโอกาสให้ อัตราส่วนดังกล่าวอาจเป็นได้หลายรูปแบบ อาทิ 1:1, 1:200, 1:888, 1:2000 โดยอัตราส่วนอาจสูงกว่านั้นก็เป็นได้ การเลือกใช้เลเวอเรจ อาทิ 1:400 ก็หมายความว่า ใช้เงินที่มีในบัญชีซื้อ/ขายฟอเร็กซ์เพียง $1,000 แต่สามารถใช้เปิดออเดอร์ที่ต้องใช้เงินรวมกันได้ถึง $400,000 เลยทีเดียว

จากตัวอย่างข้างต้น อาจมีข้อสงสัยว่า เมื่อเทรดเดอร์ทุนใช้เงินเพียง $1,000 แต่เปิดออเดอร์ได้ถึง $400,000 แล้วอีก $399,000 ได้มาจากไหนกันนะ นั่นคือส่วนที่โบรกเกอ ร์‘ให้ยืม’ (หรือยื่น‘ดาบสองคม’ให้) เพื่อให้เทรดเดอร์ทุนสามารถเข้าซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดฟอเร็กซ์ได้คล่องตัวยิ่งขึ้น

 

อัตราส่วนเลเวอเรจ 1:xxx อาจมองในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ ได้ดังนี้

เลเวอเรจ             เปอร์เซ็นต์ใช้เงินลงทุนเพื่อเปิดออเดอร์

1:1                                      100%

1:25                                     4%

1:50                                     2%

1:100                                   1%

1:400                                   0.25%

1:800                                   0.125%

1:2000                                  0.050%

 

หรือในอีกรูปแบบ ดังนี้ (สมมติมีเงินลงทุน $1,000)

เลเวอเรจ                   สามารถเปิดออเดอร์ได้สูงสุด

1:1                                  $1,000

1:10                                $10,000

1:100                              $100,000

1:1000                            $1,000,000

 

พอเห็นได้ว่า ยิ่งใช้อัตราส่วนของเลเวอเรจเป็นตัวเลขยิ่งสูง ก็ใช้ยิ่งเงินทุนน้อยลงอย่างผกผัน แต่อย่างที่กล่าวแล้ว เลเวอเรจเปรียบได้ดั่งดาบสองคมที่โบรกเกอร์ยื่นมาให้ ถ้าใช้เป็น บริหารพอร์ทถูกวิธี ก็อาจมีกำไรดังหวัง แต่ถ้ายังไม่เข้าใจว่าควรใช้อย่างไร นั่นอาจกลายเป็นการสูญเสีย

เลเวอเรจสามารถช่วยเพิ่มศักยภาพการลงทุนในตลาดฟอเร็กซ์ได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเทรดเดอร์ทุนที่มีทุนไม่มากนัก เลเวอเรจเป็นตัวช่วยให้สามารถเปิดออเดอร์ที่‘เกินกำลัง’ได้ ด้วยเงินลงทุนเพียงจำนวนน้อย หากไม่มีเลเวอเรจ เทรดเดอร์ทุนเป๋าแฟบอาจได้แค่ทำตาปริบๆ มองการเคลื่อนไหวของคู่เงินที่มีโอกาสทำกำไร-แต่ทุนไม่ถึง ในทางกลับกัน ถ้าคู่เงินที่เปิดออเดอร์ไว้มีผลขาดทุนอยู่ และเลือกใช้เลเวอเรจที่ไม่เหมาะสม เงินทุนที่มีอาจหายหดหมดไปในเวลาอันรวดเร็วได้เช่นกัน

หากเปรียบเลเวอเรจเป็นรถยนต์ในเวลาและระยะทางเดียวกัน รถที่ใช้ในสนามแข่ง ย่อมทำความเร็วได้สูงกว่ารถบ้านๆที่พบเห็นกันได้บนถนนทั่วไป แต่หากมีอุบัติเหตุสุดวิสัย รถแข่งก็มีโอกาสเสียหายรุนแรงมากกว่ารถบ้าน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือคนขับและสมรรถนะของตัวรถด้วย ฉันใดก็ฉันนั้น เหตุสุดวิสัยจากการเลือกใช้เลเวอเรจและการบริหารจัดการพอร์ทลงทุนก็คงไม่ต่างกัน

ภาพจาก www.thairath.co.th/content/209857

 

เลเวอเรจ ถือเป็นเครื่องมือ High Risk High Return ประเภทหนึ่ง แม้โบรกเกอร์ยินดีมอบให้เทรดเดอร์เพื่อช่วยทำกำไร แต่เมื่อใดที่ไปผิดทาง ก็ไม่ใช่เรื่องที่โบรกเกอร์ยินดีร่วมรับภาระด้วยแต่อย่างใด

 

การบริหารหรือเลือกใช้เลเวอเรจให้การลงทุนในตลาดฟอเร็กซ์เป็นไปได้อย่างรุ่งเรือง เทรดเดอร์ทุนควรพิจารณาพฤติกรรมการลงทุนของตนเองควบคู่ไปกับการเลือกใช้เลเวอเรจ หากเป็นเทรดเดอร์มือเติบ/ใจใหญ่ ควรเลือกใช้เลเวอเรจค่อนข้างต่ำ ซึ่งสะท้อนเงินลงทุนจริงได้มากกว่า แต่ถ้าเป็นเทรดเดอร์ทุนที่ค่อนข้างสุขุม ไม่บุ่มบ่าม ก็อาจเลือกใช้เลเวอเรจในอัตราที่สูงกว่า แต่การเห็นความเป็นจริงของเงินลงทุนก็อาจลดลงตามไปด้วย ส่วนเลเวอเรจในอัตราเกินพันนั้น ควรเป็นทางเลือก(ท้ายๆ)เมื่อมั่นใจเกินร้อยว่า เกิดประโยชน์แน่ๆ ไม่ใช่แค่วัดดวง !!

 

การลงทุนใดๆล้วนมีความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงใดๆล้วนอยู่ที่การตัดสินใจของเทรดเดอร์